บทที่ 1 บทนำ 1

นานเท่าไหร่แล้วนะที่เธอไม่ได้ย่างกรายเข้ามาที่นี่

หนึ่งเดือน สองเดือน หรือสามเดือนก่อนที่จะแต่งงานกัน?

ไม่รู้สิ ... ไม่ได้นับและไม่ได้สนใจจะนับ ตั้งแต่ที่ทราบข่าวว่าตัวเองจะกลายเป็นเจ้าสาวของชายหนุ่มที่แอบหลงรักมาตั้งแต่เด็ก ที่แม้ว่าตอนโตจะห่างหายกันไปบ้าง ไม่ได้ติดต่อกันเหมือนที่ใจอยากให้เป็น แต่พอมาเจอเขาอีกครั้งหลังจากที่เรียนจบมาได้ไม่กี่เดือน จากคำสั่งการของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย เธอกลับพบว่าความรู้สึกที่มีในวัยเด็กไม่ได้เลือนหาย กลับชัดเจนยิ่งขึ้น และคงจะชัดเจนมากเกินไปจนเธอกลายเป็นคนอื่น ที่ไม่ใช่ตัวเองเลยแม้แต่น้อย

โดยงานมงคลนี้สามารถเรียกว่าเป็นการคลุมถุงชนได้รึเปล่า เธอเองก็ไม่รู้ เพราะทันทีที่ได้พบกันอีกครั้ง เธอก็รักเขาและแต่งงานด้วยความเต็มใจ

ซึ่งเธอหลงรักเขาไปได้ยังไงกัน? อัญมณีก็ไม่มีเหตุผลใดมารองรับเลย ยิ่งคิดถึงหน้าดุๆ ของสามีที่แต่งงานกันมาได้สามเดือน ยิ่งขนลุกเกรียว ไม่แน่ใจว่าเพราะรักหรือเพราะอะไร ที่ทำให้เธอยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง จากที่เป็นคนติดเพื่อน ชอบดื่ม ชอบเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ กลายเป็นหญิงสาวชาวนาชาวไร่ ยอมแม้กระทั่งย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดกับสามีที่พ่อแม่เลือกให้ แม้ว่าที่นั่นไม่ถึงขั้นทุรกันดารแต่ก็ไกลห่างกับคำว่าศิวิไลซ์เหลือเกิน

และเธอไม่ได้กลับมาที่นี่นานแล้ว ... ถ้านับเป็นช่วงเวลาอาจไม่เท่าไหร่ แต่ในความรู้สึกมันก็นานเหลือเกิน

เจ้าของร่างกลมกลึงคิด พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองยังป้ายร้าน ซึ่งเป็นบาร์เล็กๆ ที่อยู่ในตรอก ที่ที่เธอชอบมาเป็นประจำเมื่อตอนที่ยังใช้ชีวิตอยู่ที่ตัวเมืองเชียงใหม่

ย่านที่ไม่ค่อยมีนักศึกษาหรือนักท่องเที่ยววุ่นวาย แต่กลับมีร้านเล็กๆ ไว้ให้นั่งชิลล์ยามเมื่อต้องการหนีห่างจากผู้คน

เธอรักที่แห่งนี้ เพราะมันช่วยฮีลใจเธอได้เสมอ ตั้งแต่ที่ยังใช้คำนำหน้าว่านางสาว จนกระทั่งตอนนี้ที่เป็นนางอัญมณีได้หลายเดือนแล้วก็ตาม

“หายไปนานเลยนะครับ” คือเสียงทักทายแรก ของชายหนุ่มร่างสูง ดูมีสไตล์เหลือเกินด้วยการไว้ผมยาวที่ถูกมัดหาม้าง่ายๆ ช่างดูดีเมื่อมันรับกับผิวขาว จมูกโด่ง ริมฝีปากเรียว และดวงตาเล็กๆ ชั้นเดียวนั้น

อัญมณีหันไปยิ้มให้กับเขา ก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ทรงสูงที่ตั้งอยู่ตรงหน้าบาร์ ยิ้มให้กับเขาอย่างคุ้นเคย จากนั้นก็ยกมือไหว้ทำความเคารพคนที่มีอายุมากกว่าอยู่หลายปี

“สวัสดีค่ะพี่พี หายไปแค่ครึ่งปีเองค่ะ สามเดือนก่อนมีสามี แต่เหมือนนานหลายสิบปีในความรู้สึกทับทิมเลย”

ภีมพลรับไหว้รุ่นน้องสาว แม้จะตะขิดตะขวงใจกับคำว่าสามีที่เธอพูดถึง แต่เขาก็ยิ้มรับให้เหมือนเป็นเรื่องปกติ ใจก็แอบพิจารณาหญิงสาวตรงหน้าอย่างเงียบๆ จะว่าไปก็น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน ผู้หญิงที่มีรอยยิ้มกับดวงตาที่สดใสด้วยอายุเพียงเท่านี้ ไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่กับคำว่าแต่งงานหรือคำว่าสามีเลย

เธอยังเด็กมาก เห็นกันมานานตั้งแต่เพิ่งเข้ายี่สิบ จนตอนนี้ผ่านมาสามปีกว่าแล้ว ภีมพลก็ยังแอบคิดว่ากาลเวลาไม่สามารถทำอะไรความใสซื่อของคนที่อยู่ตรงหน้าได้ สามปีก่อนที่เธอเดินเข้ามาในร้านของเขาครั้งแรกเธอเป็นอย่างไร เวลาผ่านไปจนเด็กพวกนี้จบมหาวิทยาลัยกันแล้ว อัญมณีก็ยังเป็นอย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลง

“ขอเหมือนเดิม ไม่เอาน้ำแข็งค่ะ”

เว้นแต่ว่าเรื่องดื่มที่ดูเหมือนจะเก่งกาจขึ้นหลายสิบเท่า จำได้ว่าตอนที่มาครั้งแรกหญิงสาวดื่มเพียงแค่ค็อกเทลธรรมดาก็เมาปลิ้นจนพูดไม่รู้เรื่องแล้ว มาตอนนี้มันกลับไม่เป็นอย่างนั้น เพราะนอกจากสามารถดื่มเบียร์ยี่ห้อที่โปรดปรานแบบไม่ต้องใส่น้ำแข็ง เขายังเคยเห็นเธอดื่มเหล้าเพียวได้โดยไม่แสดงสีหน้าเลยด้วยซ้ำ

“แล้วเป็นไงบ้าง สบายดีหรือเปล่า?” ภีมพลถามขณะที่เปิดขวดเบียร์ขวดเล็กส่งให้หญิงสาวตรงหน้า

“สบายดีค่ะ สบายเกินไป แต่เครียดจนเส้นเลือดในสมองแทบแตกเอา”

“อย่างนั้นเลยเหรอ ว่าแต่มันหมายความว่ายังไงกัน” ... หรือชีวิตแต่งงานของเธอจะไม่ได้ราบรื่นอย่างที่เคยวาดฝันไว้? เขาอยากถามไปแบบนั้น ซึ่งแน่นอนว่ามันดูเป็นการเสียมารยาทไปหน่อย แต่คิดว่าเขาคงจะได้รู้มันไม่นานต่อจากนี้แน่ สังเกตจากการยกขวดเบียร์ขึ้นกระดกทีเดียวหมดไปเกินกว่าครึ่งของเธอ

“ก็สบายกาย แต่ไม่สบายใจน่ะสิคะ” หญิงสาวตอบ ก่อนจะยกมือขึ้นมาเท้าคาง มองไปเรื่อยเปื่อยอย่างคนที่สิ้นหวังในชีวิต “มีผัวแล้วปวดหัวกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะพี่พี”

เป็นอย่างนั้น อย่างที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด แล้วเธอก็ยกขึ้นดื่มอีกครั้งจนหมดขวด ซึ่งชายหนุ่มก็ทำหน้าที่เป็นเจ้าของร้านที่ดี รีบเปิดขวดใหม่มาให้หญิงสาวโดยไม่รีรอ

“ขวดนี้พี่เลี้ยง”

“แหมะ นึกว่าเลี้ยงตั้งแต่ขวดแรกแล้วซะอีก” เธอเอ่ยแซว ก่อนจะยิ้มหวานส่งให้เขาไปโดยไม่คิดอะไร และไม่คิดเลยว่ารอยยิ้มที่วันนี้มันกลับมาสดใส ด้วยบรรยากาศเดิมๆ ที่คุ้นเคย มันสะกิดใจคนที่มองเห็นโดยที่เธอไม่รู้ตัว

“เอาสิ ไหนๆ ก็กลับมาในรอบครึ่งปีแล้ว ดื่มเต็มที่เลยจะได้หายคิดถึงกัน”

“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ ถึงพี่พีไม่เลี้ยง ทับทิมก็จะเหมาจนหมดร้าน” เธอพูด ก่อนจะยกขึ้นกระดกอีกครั้ง “เดี๋ยวเอื้องกับพายจะตามมา รับรองว่าวันนี้เบียร์ไม่พอแน่ๆ ค่ะ”

อัญมณีหัวเราะสดใสเมื่อพูดถึงเพื่อนสาวอีกสองคน ที่หากจะให้พูดถึงความสามารถในการดื่มแอลกอฮอล์แล้ว ถ้าให้เธอเต็มสิบ เพื่อนสาวของเธอทั้งสองจะต้องได้เต็มร้อย

“พี่เชื่อ” แล้วภีมพลก็หัวเราะตามหญิงสาวอย่างง่ายดาย โดยเธอไม่ทันได้สังเกตเลยว่าภายใต้ท่าทีที่ดูเหมือนเดิม มีอะไรกำลังเปลี่ยนไปในสายตาของเขาบ้าง

บทถัดไป